วิธีลบรอยแผลเป็นนูน 8 วิธีลบรอยแผลเป็นด้วยวิธีธรรมชาติ

สล็อตออนไลน์

แผลเป็น เกิดจากกระบวนการซ่อมแซมและรักษาบาดแผลที่อาจเกิดจากอุบัติเหตุ ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แผลจากการผ่าตัด แผลเจาะหู แผลยุงกัด หรือโรคบางชนิด เช่น สิว อีสุกอีใส โดยร่างกายจะมีการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนขึ้นมาทดแทนเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายไป ซึ่งเป็นกระบวนการสมานแผลตามธรรมชาติ และเมื่อแผลหายดีแล้ว ก็มักทิ้งรอยแผลเป็นไว้ให้ดูต่างหน้า ทำเอาเสียภาพลักษณ์ และเสียความมั่นใจไปเลยก็มี ยิ่งบางรายที่ผ่านการผ่าตัด หรือมีแผลขนาดใหญ่ ก็อาจทำให้เกิดแผลเป็นนูนขึ้นได้ง่าย ๆ ซึ่งแผลเป็นนูน แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ
แผลเป็นนูน (Hypertrophic Scar)
คือ แผลเป็นที่นูนขึ้นหลังเกิดแผลใหม่ ๆ มีลักษณะนูน แดง และคันเล็กน้อย แต่จะไม่ขยายขอบออกจากแผลเก่า ซึ่งแผลเป็นสามารถมีขนาดเล็กลงได้เองโดยธรรมชาติ หรืออาจใช้การนวดเบา ๆ เป็นประจำ จะช่วยให้แผลเป็นยุบเร็วขึ้น
แผลเป็นคีลอยด์ (Keloid)
คือ แผลเป็นที่มีลักษณะนูนเห็นได้ชัดเจนจากผิวหนังปกติ และขยายพื้นที่ออกจากรอยแผลเป็นเดิมจนมีขนาดใหญ่ เกิดจากความผิดปกติของการแบ่งคอลลาเจนในชั้นผิวที่มีมากเกินไป ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ตามกรรมพันธุ์ มักพบจากบาดแผลบริเวณหัวไหล่ ต้นแขน กลางหน้าอก บริเวณหู และบริเวณตอนบนของส่วนหลัง เป็นต้น
การรักษาแผลเป็นนูนบางวิธีอาจจะมีราคาที่สูงมาก แต่ถ้าแผลเป็นนูนมีขนาดไม่ใหญ่มาก อาจปล่อยให้แผลเป็นค่อย ๆ จางลงเองตามธรรมชาติ โดยแผลเป็นอาจหดและจางลงได้เองในระดับหนึ่งเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี หรืออาจรักษาโดยใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ที่สามารถช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าและสร้างเซลล์ผิวใหม่บริเวณที่เกิดแผลเป็นได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งวันนี้เราก็ได้นำ 8 วิธีลบรอยแผลเป็นนูน ด้วยวิธีธรรมชาติมาฝากสาว ๆ ทุกคนแล้ว ดังนี้ค่ะ

  1. ว่านหางจระเข้jumboslot
    อีกหนึ่งสุดยอดสมุนไพรพื้นบ้านที่มีประสิทธิภาพในการช่วยลบรอยแผลเป็นได้อย่างดี โดยเฉพาะแผลเป็นที่เพิ่งเกิดใหม่ ว่านหางจระเข้จะช่วยฟื้นฟูบาดแผล ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ทั้งยังช่วยลดอาการแสบร้อน และอาการคัน วิธีใช้เพียงนำวุ้นจากว่านหางจระเข้มาทาบริเวณแผลเป็น ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งเพื่อให้ตัวยาซึมซาบลงสู่ผิว สามารถทำซ้ำได้วันละหลาย ๆ ครั้ง จะรู้สึกได้ว่าแผลเป็นนูนนิ่มขึ้น มีขนาดเล็กและจางลง
  2. น้ำมะนาว
    น้ำมะนาวมีคุณสมบัติช่วยทำให้แผลเป็นนูนอ่อนนุ่มลง เพราะในน้ำมะนาวอุดมไปด้วยวิตามินซี ที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลบรอยแผลเป็นต่าง ๆ ได้ดี ทั้งนี้น้ำมะนาวยังช่วยฟื้นฟูและรักษาบาดแผลได้อีกด้วย วิธีใช้เพียงคั้นน้ำมะนาวจำนวนหนึ่งแล้วนำไปทาบริเวณแผลเป็น ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำอุ่น เช็ดให้แห้งแล้วทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงเพิ่มความชุ่มชื้น ทำเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือน จะช่วยให้แผลเป็นนูนค่อย ๆ ดีขึ้นค่ะ
  3. แอปเปิลไซเดอร์
    น้ำส้มสายชูหมัก หรือแอปเปิลไซเดอร์ มีคุณสมบัติที่ช่วยลดเลือนรอยแผลเป็นนูนได้ดี โดยช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า เผยผิวใหม่ที่ดีขึ้นและนุ่มขึ้น เพียงนำสำลีจุ่มลงในน้ำส้มสายชู หรืออาจผสมกับน้ำเปล่าก่อนสักเล็กน้อย จากนั้นนำไปทาบริเวณรอยแผลเป็น ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีและล้างออก ทาซ้ำประมาณวันละ 3-4 ครั้ง ต่อเนื่องประมาณ 2 สัปดาห์ จะรู้สึกว่าแผลเป็นนูนนุ่มขึ้นและค่อย ๆ เล็กลงค่ะ
  4. กระเทียม
    กระเทียมมีคุณสมบัติช่วยป้องกันเชื้อรา ฆ่าเชื้อโรค ช่วยต้านการอักเสบของบาดแผล อีกทั้งยังช่วยลดขนาดของแผลเป็นนูนได้อย่างดี เพียงนำกระเทียมมาบดให้ละเอียดแล้วนำไปพอกบริเวณแผลเป็น ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น เช็ดผิวให้แห้งแล้วทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุง ทำเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง ต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือน จะช่วยให้แผลเป็นนูนดูเล็กและจางลงค่ะ
  5. หอมหัวใหญ่
    หัวหอมนิยมนำมาใช้เป็นสารสกัดในการลดรอยแผลเป็นมากที่สุด ทั้งนี้เพราะในหัวหอมมีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีคุณสมบัติในการสร้างเนื้อเยื่อ ทั้งยังช่วยต้านการอักเสบของแผล และช่วยลดรอยแผลเป็นให้จางลงได้ เพียงหั่นหัวหอมเป็นแผ่น ๆ จากนั้นนำไปใส่ในผ้าขาวบางแล้วบดให้ละเอียดจนได้น้ำหอมหัวใหญ่ออกมา แล้วจึงใช้สำลีชุบน้ำหัวหอมแต้มไปที่แผลเป็น ทิ้งไว้จนแห้ง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น สามารถทำซ้ำได้วันละ 3-4 ครั้งต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือน หรือจนกว่าแผลเป็นนูนจะค่อย ๆดีขึ้น
  6. น้ำผึ้งเครดิตฟรี
    น้ำผึ้งบริสุทธิ์ถือเป็นมอยส์เจอไรเซอร์จากธรรมชาติที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ทั้งยังช่วยลดรอยแผลเป็น ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และป้องกันการผลิตคอลลาเจนในจำนวนที่มากเกินไป เพียงแค่นำน้ำผึ้งดิบมาทาบริเวณแผลเป็น แล้วนวดวนเป็นวงกลมประมาณ 10 นาที จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง จึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำซ้ำเป็นประจำวันละ 2 ครั้ง ติดต่อกันหลาย ๆ สัปดาห์ จะช่วยลดรอยแผลเป็นให้ดูเล็กและจางลงค่ะ
  7. ผงไม้จันทน์
    ผงไม้จันทน์มีคุณสมบัติในการช่วยรักษารอยแผลเป็นให้กลับคืนสู่สภาพเดิม โดยผสมผงไม้จันทน์จำนวน 1 ช้อนโต๊ะ กับน้ำเปล่าจำนวนหนึ่ง ผสมให้ข้นเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำมาพอกไว้ที่รอยแผลเป็น ทิ้งไว้ข้ามคืน แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำซ้ำเป็นประจำทุกวัน เป็นเวลา 1-2 เดือน จะรู้สึกได้ว่าแผลเป็นนูนค่อย ๆ เล็กและจางลงค่ะ
  8. ใบบัวบก
    ใบบัวบกมีคุณสมบัติที่ช่วยในการสมานแผล เร่งการสร้างเนื้อเยื่อ ทำให้แผลหายไว แถมยังช่วยลดรอยแผลเป็นได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพียงใช้ใบบัวบกสด 1 กำมือ ล้างให้สะอาดแล้วนำมาตำให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำแล้วนำมาทาบริเวณแผลเป็น นอกจากจะช่วยให้แผลหายสนิทแล้ว ยังช่วยให้รอยแผลเป็นนูนค่อย ๆ จางลงอีกด้วย
    การรักษารอยแผลเป็นนูนด้วยวิธีธรรมชาตินั้น อาจต้องใช้เวลาสักพักกว่าที่แผลเป็นจะค่อย ๆ ฟื้นฟูและปรับสภาพผิวให้ดีขึ้น ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพแผลเป็นของแต่ละคนว่ามีลักษณะแบบใด แต่ทั้งนี้รอยแผลเป็นดังกล่าวก็ไม่อาจจางหายไปได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพียงแต่จะดีขึ้นจนไม่เป็นที่สังเกตหรือเห็นได้ชัด ซึ่งหากใช้วิธีธรรมชาติไม่ได้ผล หรือแผลเป็นนูนมีขนาดใหญ่มากเกินกว่าจะรักษาด้วยวิธีธรรมชาติ ก็สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาแผลเป็นด้วยวิธีต่าง ๆ ดังที่เราได้บอกไปในข้างต้น ที่สำคัญสาว ๆ ควรระมัดระวังตัวให้มากขึ้น อย่าให้เกิดบาดแผลใด ๆ กับตัวเองจะดีที่สุดค่ะสล็อต