นอนอย่างไรให้สุขภาพดี

เพราะการพักผ่อนที่เติมเต็มพลังชีวิตได้ดีที่สุด คือ การนอน การนอนที่ถูกต้อง นอกจากจะทำให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเพียงพอแล้ว ยังสามารถทำให้คุณมีสุขภาพดีขึ้นได้อีกด้วย แต่การนอนที่ดีก็ไม่ได้หมายถึงการสักแต่ได้นอน การนอนหลับไม่สนิท หรือหลับตื้นนั้น กลับจะทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยล้ามากขึ้นกว่าเดิม วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับดี ๆ ที่จะช่วยให้คุณได้ หลับสนิท และตื่นขึ้นอย่างสดชื่นแจ่มใสมาฝากกัน

เครดิตฟรี

  1. เลือกเวลานอน
    ควรนอนให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อวัน และนอนก่อน 22.00 น. การหลับลึกช่วง 22.00 น.- 3.00 น. จะทำให้สมองทำงานได้ดี เพราะ Growth Hormone ที่หลั่งออกมาในช่วงหลับลึก มีคุณสมบัติในการซ่อมแซมเซลที่ซึกหรอของร่างกาย ความอ่อนล้าจากการทำงาน รวมถึงอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาหรือกิจกรรมอื่นๆ ได้
  2. สังเกตอากาศในห้องนอน
    อากาศภายในห้องนอนต้องสะอาดบริสุทธิ์ เนื่องจากช่วงเวลาพักผ่อน ระบบต่างๆ ภายในร่างกายจะทำงานช้าลง เพื่อรอการซ่อมแซมจาก Growth Hormone อากาศในห้องจึงไม่ควรมีสิ่งสกปรกปนเปื้อน เพื่อให้การซ่อมแซมร่างกายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
  3. จัดสภาพแวดล้อมในห้องนอน

ควรจัดห้องนอนให้เป็นระเบียบเรียบร้อยเพื่อให้ทำความสะอาดได้ง่ายและทั่วถึง สีของห้องนอนไม่ควรฉูดฉาด เพราะจะผลต่อความรู้สึก ทำให้รู้สึกตื่นเต้น อาจทำให้นอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท

  1. ปรับอุณหภูมิในห้องนอน
    อุณหภูมิในห้องนอนต้องเหมาะสมกับอุณหภูมิของร่างกาย ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป โดยส่วนใหญ่จะปรับอากาศไว้ที่ราว 25 องศาเซลเซียส

สล็อต

  1. เลือกที่นอนที่เหมาะสม
    ที่นอนที่นุ่ม หรือแข็งจนเกินไปจะทำให้คุณรู้สึกปวดเมื่อยหลังตื่นนอน ที่นอนของคุณต้องไม่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค และไรฝุ่น ควรทำความสะอาดที่นอนน้อยเดือนละ 1 ครั้ง หรือเลือกห้องนอนที่มีแสงแดดเข้าถึงได้ดี
  2. ปรับอุณหภูมิในห้องนอน
    อุณหภูมิในห้องนอนต้องเหมาะสมกับอุณหภูมิของร่างกาย ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป โดยส่วนใหญ่จะปรับอากาศไว้ที่ราว 25 องศาเซลเซียส
  3. ปรับแสงสว่างในห้องนอน
    ห้องนอนของคุณควรมืดสนิท เพราะ Growth Hormone ทำงานได้ไม่ดีในช่วงกลางวันหรือเมื่อมีแสงสว่างอยู่
  4. ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า
    เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าทิ้งไว้ระหว่างนอนให้น้อยที่สุด การชาร์ตโทรศัพท์มือถือระหว่างนอนหลับจะเป็นการรบกวนการทำงานของเซลล์สมอง ทำให้สมองยังต้องทำงานอยู่แม้ว่าตัวคุณจะหลับไปแล้ว และอาจทำให้ตื่นมามีอาการเหนื่อยล้าได้

สล็อตออนไลน์

  1. นอนตะแคงขวา
    การนอนตะแคงขวาจะทำให้หัวใจทำงานได้สะดวกขึ้น หัวใจทำงานหนักน้อยลง
  2. ออกกำลังกาย
    การออกกำลังกายจะช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย อีกทั้งฮอร์โมนแห่งความสุขที่หลั่งออกมาขณะออกกำลังกาย ก็จะช่วยให้เรา หลับสนิท ได้ดียิ่งขึ้นด้วย แต่ไม่ควรออกกำลังกายแล้วเข้านอนทันที่ เพราะร่างกายจะยังรู้สึกตื่นตัวอยู่ ทำให้นอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท
  3. ลดอาหารมื้อเย็น
    โดยเฉพาะอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตที่ประกอบด้วยแป้งและน้ำตาล เพราะร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนอินซูลินออกมาเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ Growth Hormone หลั่งออกมาน้อยลง

การนอน หลับสนิท จะช่วยให้ร่างกายของคุณกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เพราะร่างกายได้ฟื้นฟูระบบต่างๆ ให้สมบูรณ์แข็งแรง อวัยวะต่างๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้คุณรู้สึกสดชื่น ร่างกายมีภูมิต้านทานที่ดี และมีสุขภาพดีได้ด้วยการนอนหลับนี่เอง

jumboslot

การแก้ปัญหาอาการ “นอนไม่หลับ” ด้วยการใช้ยานอนหลับบ่อยๆ นั้น ไม่เป็นผลดีต่อตัวผู้ใช้ยา เพราะจะทำให้หลังจากตื่นขึ้นมามักเกิดอาการเพลีย ไม่สดชื่น อีกทั้งไม่ช่วยให้อาการ “นอนไม่หลับ” นั้นหายขาด

รศ.นพ.ณัฐพงษ์ เจียมจริยธรรม ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวหน้าศูนย์นิทราเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ระบุว่า ยังมีความเชื่อและความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการดื่มเครื่องดื่มอุ่นๆ ก่อน “นอน” หรือแม้แต่การออกกำลังกายจนเหนื่อยแล้วจะทำให้นอนหลับ

ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงนั้น แม้การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่ควรทำในช่วงเวลาก่อนนอน เพราะจะทำให้นอนหลับยากขึ้น วิธีที่ถูกต้องคือ ควรเว้นระยะการออกกำลังกายก่อนเวลา “นอน” อย่างต่ำ 4-6 ชั่วโมง บวกกับต้องทำจิตใจให้ผ่อนคลาย ไม่เครียด และไม่ตั้งใจมากเกินไป จึงจะทำให้นอนหลับได้ง่ายและมีเป็นการนอนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างที่เราทราบกันดีว่า การพักผ่อนให้เพียงพอเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้มีสุขภาพแข็งแรง มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยในทางกลับกันหากเรานอนไม่มีคุณภาพก็จะส่งผลกระทบทางสุขภาพและสังคม การด้อยประสิทธิภาพการทำงาน หรือการเกิดอุบัติเหตุ

slot

โดยการนอนที่ถูกหลักอนามัย (Sleep Hygiene) สำหรับผู้ใหญ่ มีข้อปฏิบัติ 10 ประการ คือ

  1. ควรเข้านอนและตื่นนอนให้ตรงเวลาเป็นประจำทุกวัน ทั้งวันทำงานและวันหยุด
  2. ไม่ควรงีบในเวลากลางวัน ถ้านอนกลางวันเป็นประจำไม่ควรงีบเกิน 30 นาที และไม่ควรงีบหลังบ่ายสาม
  3. หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนอย่างน้อย 6 ชั่วโมง
  4. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และอาหารมื้อหลัก รสจัด เผ็ด หรืออาหารหวานอย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนนอน
  5. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนนอน
  6. เตียงนอนควรเป็นเตียงนอนสบาย อุณภูมิที่เหมาะสม ระบายอากาศดี ไม่มีเสียงดัง
  7. ผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวล
  8. ไม่ใช้เตียงนอนเป็นที่ทำงาน เล่นโทรศัพท์ ดูทีวี
  9. หากนอนไม่หลับภายใน 30 นาที ควรลุกจากที่นอนทำกิจกรรมเบาๆ เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลงเบาๆ และ
  10. รับแสงแดดเพียงพอในตอนเช้าอย่างน้อย 30 นาทีทุกวัน ทั้งนี้ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างน้อย 4 สัปดาห์ จะช่วยให้หลับได้ดี มีความตื่นตัวในเวลากลางวัน ทำงานได้ดีขึ้น และสุขภาพทางกายใจดีขึ้น