ยาต้องห้ามขณะตั้งครรภ์

การกินยา แต่เดิมก็เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างระมัดระวังอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อเป็นคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ก็ต้องยิ่งระวังเพิ่มมากขึ้นไปอีก คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์จึงห้ามซื้อยามากินเองโดยเด็ดขาด! แม้ว่าจะเป็นยาสามัญประจำบ้านที่ดูไม่มีพิษมีภัยอะไรก็ตาม เพราะมียาจำนวนมากที่อาจทำอันตรายต่อลูกน้อยของคุณในขณะตั้งครรภ์ได้ ฉนั้นมาดูกันดีกว่าว่า มียาอะไรบ้างที่เป็น ยาต้องห้ามขณะตั้งครรภ์

เครดิตฟรี

ประเทศไทยจัดกลุ่มยาตามความปลอดภัยต่อทารกในครรภ์ (Pregnancy Category) ตามการแบ่งขององค์การอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกา (US FDA) ซึ่งแบ่งเป็น 5 ประเภท ดังนี้

  1. Category A: จากการศึกษาการใช้ยาในหญิงมีครรภ์ไตรมาสแรก พบว่ายาไม่มีความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติ ของทารกในครรภ์ (และไม่มีหลักฐานแสดงว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์ เมื่อมีการใช้ยาในหญิงมีครรภ์ไตรมาสที่ 2 และ 3)
  2. Category B: จากการศึกษาในสัตว์ทดลอง พบว่ายาไม่มีความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติของตัวอ่อนในครรภ์ แต่ไม่มีการศึกษาการใช้ยาในหญิงมีครรภ์ หรือจากการศึกษาในสัตว์ทดลอง พบว่ายามีความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติของตัวอ่อนในครรภ์แต่ไม่พบผลดังกล่าวจากการศึกษาการใช้ยาในหญิงมีครรภ์ไตรมาสแรก (และไม่มีหลักฐานแสดงว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์ เมื่อมีการใช้ยาในหญิงมีครรภ์ไตรมาสที่ 2 และ 3)
  3. Category C: การศึกษาการใช้ยาในสัตว์ทดลอง พบว่ายามีความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติของตัวอ่อนในครรภ์ แต่ไม่มีการศึกษาการใช้ยาในหญิงมีครรภ์หรือไม่มีรายงานการศึกษาการใช้ยาในหญิงมีครรภ์และสัตว์ทดลอง การใช้ยากลุ่มนี้ให้คำนึงถึงประโยชน์ และความเสี่ยงของยาต่อทารกในครรภ์
  4. Category D: การศึกษาการใช้ยาในหญิงมีครรภ์ พบว่ามีหลักฐานที่แสดงว่ายามีความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์ แต่อาจมีความจ าเป็นต้องใช้ยาในระหว่างตั้งครรภ์ (เช่น ยาที่ใช้ในภาวะช่วยชีวิต-life-threatening หรือยาที่ใช้รักษาโรคที่รุนแรงซึ่งไม่มียาอื่นที่ปลอดภัยหรือมีประสิทธิภาพ)

สล็อต

  1. Category X: การศึกษาการใช้ยาในสัตว์ทดลองหรือหญิงมีครรภ์ พบว่ายาท าให้เกิดความผิดปกติของตัวอ่อนและทารกในครรภ์ หรือมีรายงานจากการใช้ยาในหญิงมีครรภ์ท าให้เกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์ยากลุ่มนี้มีความเสี่ยงมากกว่าประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้ยา ดังนั้นจึงจัดเป็นยาที่ห้ามใช้ในหญิงมีครรภ์ หรือกำลังจะตั้งครรภ์

การเลือกใช้ยาในสตรีมีครรภ์ นอกจากพิจารณาความปลอดภัยของยาต่อทารกในครรภ์ตาม Pregnancy Category แล้ว อาจต้องคำนึงถึงหลักการ ดังต่อไปนี้

  1. ยาปฏิชีวนะและยาแก้อักเสบ – ส่งผลต่อพัฒนาการของลูกในท้อง และอาจทำให้แท้งบุตรได้
  2. ยาแก้ปวด ลดไข้ – ถ้ากินในช่วงตั้งครรภ์อ่อน ๆ จะเพิ่มความเสี่ยงในการแท้งบุตร 5-6 เท่า
  3. ยาแก้คัน แก้แพ้ – ถ้าใช้ชั่วคราวอาจไม่ส่งผลต่อคุณแม่มากนัก แต่ถ้าใช้ติดต่อกันนาน ๆ จะทำให้มีเกล็ดเลือดต่ำ
  4. ยาแก้ไอ – โดยเฉพาะยาแก้ไอชนิดที่มีไอโอดีน เพราะอาจทำให้ลูกเกิดอาการคอพอก และมีอาการผิดปกติทางสมองได้
  5. ยานอนหลับ และยากล่อมประสาท – ใช้ตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น ห้ามซื้อยาประเภทนี้มาใช้เองเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ลูกที่เกิดมามีอาการหายใจไม่ปกติ เคลื่อนไหวได้ช้า มีอาการคล้ายคนติดยา

สล็อตออนไลน์

  1. ยารักษาสิว – มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้ลูกมีความบกพร่องทางสมอง หรือทำให้ทารกในครรภ์พิการแต่กำเนิด
  2. ยาต้านการแข็งตัวของเลือด – ห้ามใช้ยากลุ่มนี้ในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ เพราะอาจทำให้ลูกพิการได้
  3. ยาสเตียรอยด์ทุกชนิด – การเจริญเติบโตของเด็กทารกในครรภ์ไม่ดี หรือมีความพิการแต่กำเนิด และยังเพิ่มโอกาสในการแท้งบุตรด้วย
  4. ยาขับปัสสาวะ – ห้ามใช้ในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ เพราะมีผลทำให้เลือดของทารกผิดปกติได้
  5. ยารักษาต่อมไทรอยด์ผิดปกติ – อาจส่งผลให้เกิดคอพอกเป็นพิษ

อาหารบำรุงครรภ์ นอกจากจะช่วยบำรุงระบบต่าง ๆ ของสมองและร่างกายของลูกน้อยให้พัฒนาอย่างเต็มที่ตั้งแต่อยู่ในครรภ์แล้ว ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายของคุณแม่อีกด้วย แต่แน่นอนว่าคุณแม่มือใหม่เพิ่งตั้งครรภ์มักเป็นกังวลว่าจะต้องกินอาหารบำรุงครรภ์อะไรดี ถึงจะเหมาะสมกับลูกน้อยในแต่ละช่วงอายุครรภ์ เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ เหมาะสมและได้ประโยชน์มากที่สุด

อาหารบำรุงครรภ์ที่สำคัญต่อคนท้อง
โปรตีน
โปรตีน อาหารบำรุงครรภ์
โปรตีน อาหารบำรุงครรภ์ เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญอย่างหนึ่งของอาหารคนท้อง มักพบในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ทุกชนิด และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น เนื้อปลา นม ไข่ ถั่วเหลือง เต้าหู้ โยเกิร์ต และซุป ช่วยบำรุงการเจริญเติบโตของสมอง ช่วยสร้างและเพิ่มขนาดเซลล์ของทารก และยังช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ แต่ต้องระวังไม่ควรกินอาหารเหล่านี้มากเกินไป เพราะ อาจเกิดความเสี่ยงจนไปกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้โปรตีนได้ จึงต้องป้องกันไม่ให้เกิดปฏิกิริยากับสารภูมิต้านทานในเลือดของทารก

jumboslot

คาร์โบไฮเดรต
คาร์โบไฮเดรต อาหารบำรุงครรภ์
คาร์โบไฮเดรต เป็นแหล่งพลังงานที่เหมาะสำหรับเป็นอาหารบำรุงครรภ์ ซึ่งจำเป็นต่อร่างกาย และสมองของลูกน้อย ส่วนใหญ่พบมากในธัญพืช ผัก นม ข้าวเจ้า ข้าวสาลี ข้าวโพด เผือก มันเทศ และผลไม้ต่าง ๆ เช่น ฝรั่ง ลิ้นจี่ เงาะ ส้ม สตรอว์เบอร์รี มะละกอ สับปะรด

ธาตุเหล็ก
ธาตุเหล็ก อาหารบำรุงครรภ์
ธาตุเหล็ก เป็นสารอาหารคนท้องที่จำเป็นมากในคุณแม่ตั้งครรภ์ ซึ่งขณะตั้งครรภ์ควรได้รับธาตุเหล็กเพิ่มขึ้นจากปกติเป็น 2 เท่า เพราะร่างกายต้องนำธาตุเหล็กไปสร้างรกให้ลูกน้อย สร้างเลือด และช่วยบำรุงน้ำนมให้คุณแม่ อาหารบํารุงครรภ์ที่มีธาตุเหล็ก มักพบในเนื้อแดง เนื้อวัว เนื้อหมู ตับ ไข่แดง บีทรูท ผลิตภัณฑ์จากธัญพืช ข้าวโอ๊ต และ ถั่วต่าง ๆ หากคุณแม่ไม่ได้รับธาตุเหล็กที่เพียงพอ จะส่งผลให้ทารกขาดออกซิเจน ทำให้มีความเสี่ยงต่อพัฒนาการของร่างกายที่ล่าช้า มีระดับไอคิวต่ำกว่ามาตรฐาน ซึ่งคุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับธาตุเหล็กวันละ 30 มิลลิกรัม และสำหรับครรภ์แฝด 60 – 100 มิลลิกรัม

โฟเลต
โฟเลต อาหารบำรุงครรภ์
อาหารคนท้องที่มีโฟเลต มีความสำคัญต่อการสร้างเซลล์สมอง ระบบประสาท และไขสันหลังให้ลูกน้อยในครรภ์ ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง สร้างกรดนิวคลีอิก และยังมีความจำเป็นต่อการแบ่งตัวของเซลล์ แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยโฟเลต พบได้ใน ไข่แดง เนื้อสัตว์ ตับ ผักใบเขียวเข้ม ข้าวโพด แครอท กะหล่ำปลี ฟักทอง อะโวคาโด และถั่ว

แคลเซียม
แคลเซียม อาหารบำรุงครรภ์
แคลเซียม เป็นอาหารบำรุงครรภ์ที่มีความจำเป็นต่อการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรงของลูกน้อย มีอยู่ใน นม เนย โยเกิร์ต ชีส ปลาแซลมอน ผักโขม เต้าหู้ ผลิตภัณฑ์จากถั่ว รวมถึงปลาตัวเล็กที่กินได้ทั้งตัวและผักใบเขียว ทั้งนี้ควรควบคู่ไปกับการกินวิตามินดี หาได้จากแสงแดด ตับ ไข่แดง ปลาทะเล นมและน้ำผลไม้ เพื่อให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีมากขึ้น

ไอโอดีน
ไอโอดีน อาหารบำรุงครรภ์
สารอาหารบำรุงครรภ์ที่มีความจำเป็นต่อพัฒนาการทางสมอง ระบบประสาท และความจำของลูกน้อย อาหารที่มีไอโอดีน เช่น เกลือเสริมไอโอดีน อาหารทะเลทุกชนิด อย่างปลาทะเล กุ้ง ปู และหอย

slot

กรดไขมันโอเมกา 3 (Omega-3 Fatty Acids)
กรดไขมันโอเมกา 3 (Omega-3 Fatty Acids) อาหารบำรุงครรภ์
อาหารบำรุงครรภ์ที่มีประโยชน์ต่อคุณแม่และลูกน้อยมาก ๆ ก็คือ กรดไขมันโอเมกา 3 ที่มีในปลาแซลมอน ปลาแอนโชวี ปลานิลทะเล ปลาซาบะ ปลาซาร์ดีน กุ้ง และปลาหมึก มีส่วนช่วยในการทำงานและพัฒนาการของสมอง การกระตุ้นสมอง บำรุงเซลล์สมอง และยังมีคุณสมบัติในการเพิ่มประสิทธิภาพด้านความจำ ด้านสติปัญญาให้มีสูงมากขึ้น

วิตามิน
วิตามิน อาหารบำรุงครรภ์
อาหารคนท้องที่ขาดไม่ได้เลย คือ วิตามินที่ถือเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญ มีส่วนช่วยในการพัฒนาสมองและร่างกายของลูกน้อย เสริมสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง ไม่ว่าจะเป็น วิตามินบี 1 พบได้ใน ผัก โฮลวีท ถั่วเหลือง ข้าวโอ๊ต นม ไข่แดง และปลา, วิตามินบี 2 พบได้ใน ไข่ นม ถั่ว โยเกิร์ต ชีส ผักใบเขียว ปลา และตับ, วิตามินบี 6 พบได้ใน ข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี ข้าวโอ๊ต ถั่วลิสง ถั่วเหลือง ไข่ ตับ และปลา ส่วนวิตามินบี 12 พบได้ใน ตับ นม ชีส ปลา และเนื้อหมู

ผลไม้
ผลไม้ อาหารบำรุงครรภ์
ผลไม้ก็เป็นอีกหนึ่งในอาหารบํารุงครรภ์ที่ดีและมีประโยชน์ คุณแม่ตั้งครรภ์ควรกินให้ได้ทุกวัน เพราะ ผลไม้มีสารอาหารและวิตามินที่จำเป็นต่อลูกในครรภ์ เช่น กล้วย อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินเอ วิตามินบี 1 บี 2 บี 3 บี 6 และวิตามินซี และมีใยอาหารสูง ช่วยการทำงานของระบบขับถ่าย, แอปเปิล อุดมไปด้วยเกลือแร่และแร่ธาตุที่ช่วยคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด ลดคอเลสเตอรอล ช่วยกระตุ้นการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระให้ทำงานได้ดีขึ้น ส่วน ส้ม เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ช่วยป้องกันหวัดระหว่างตั้งครรภ์ มีกากใย และสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในเรื่องการขับถ่าย

แอซิติลโคลีน (Acetylcholine)
แอซิติลโคลีน (Acetylcholine) อาหารบำรุงครรภ์
สารแอซิติลโคลีน (Acetylcholine) พบมากใน ขนมปังโฮลวีตและข้าวซ้อมมือ เป็นอาหารบํารุงครรภ์ที่มีส่วนช่วยบำรุงสมองและระบบประสาทได้ดี