วิธีปฐมพยาบาลโรคโรคลมชัก

โรคลมชัก เป็นหนึ่งในโรคของกลุ่มโรคทางระบบประสาท ซึ่งโรคลมชักเกิดจาก ระบบกระแสประสาทในสมองเกิดการทำงานผิดปกติ ทำให้เกิดอาการชักขึ้นมา

เครดิตฟรี

โรคลมชักมักจะพบมากในเด็กเล็ก ๆ อายุต่ำกว่า 2 ปี หรือผู้สูงอายุอายุมากกว่า 65 ปี โดยอาการชักนั้นมีหลายรูปแบบที่เราพบเจอได้ เช่น อาการชักเกร็ง เราจะเห็นตัวผู้ป่วย ตัวเกร็ง แข็ง อาการชักกระตุก ก็จะมีอาการชัก และกระตุกร่วมกัน และอาการชักเหม่อ ซึ่งจะสังเกตอาการได้ยาก เพราะ เป็นอาการชักที่นิ่งไปเฉย ๆ คนอื่นอาจจะไม่รู้ อาการชักอาจจะเกิดช่วงเวลาสั้น ไม่นาน แล้วผู้ป่วยก็กลับมาเป็นปกติ

ผลกระทบจากโรคลมชัก

ผู้ป่วยที่เป็นโรคลมชัก อาจได้รับผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การทำงาน การเข้าสังคม การเรียน และครอบครัว เป็นต้น ซึ่งถ้าปล่อยไว้ไม่ทำการรักษา หรือไม่ให้ความร่วมมือกับแพทย์ในการทำการรักษา หากเกิดอาการขึ้นขณะทำงานที่มีความเสี่ยงกับความปลอดภัย หรือขับขี่ยานพาหนะ หรือใช้ชีวิตประจำวันอยู่ อาจมีความเสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุ และส่งผลกระทบต่าง ๆ ตามมาได้นะคะ ทั้งนี้เพื่อลดผลกระทบต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ผู้ป่วยควรที่จะเข้ารับการรักษาทันท่วงที และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

การดูแลรักษาผู้ป่วยที่เป็น โรคลมชัก
การให้ยากันชัก ต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ก่อนว่าเป็นโรคลมชัก หรือเป็นแค่อาการชัก เพราะ ถ้าเป็นแค่อาการชักที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้ยา แต่หากเป็นโรคลมชัก จำเป็นต้องใช้ยากันชัก ซึ่ง 70% ของผู้ป่วยถ้ารับประทานยาอย่างต่อเนื่องสามารถกลับมาหายได้

สล็อต

ครอบครัว คนรอบข้างต้องคอยดูแล เตือนผู้ป่วยให้รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ เพราะยาควรต้องทานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยาอาจมีผลให้เกิดอาการข้างเคียง ทั้งนี้หากมีอาการข้างเคียงควรแจ้งแพทย์เพื่อที่จะได้รับคำแนะนำ หรือปรับเปลี่ยนยาตามความเหมาะสม ผู้ป่วยไม่ควรหยุด หรือปรับการใช้ยาเอง โดยไม่ได้รับการพิจารณาจากแพทย์

โรคลมชักนั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด คนที่ประสบความสำเร็จหลาย ๆ คนก็เคยประสบปัญหาจากโรคนี้ แต่การได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้อง ก็จะทำให้ผู้ป่วยสามารถหาย และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

การปฐมพยาบาลผู้ป่วยที่มีอาการชัก เราได้ยินกันมาหลายอย่าง หลายทฤษฎี แม้ว่าหมอจะออกมาเตือน ออกมาบอกด้วยตัวเองแล้ว ก็ยังมีญาติผู้ป่วยบางรายเถียงกลับว่า ไม่ได้ ถ้าไม่มีทำแบบนี้อาการจะแย่ลงไปกว่าเดิม เอาเป็นว่าเราแนะนำให้ล้างสมองตัวเองไปเลย แล้วมาจำใหม่กันตั้งแต่ต้นว่า หากเกิดเหตุผู้ป่วยเป็นลมชักขึ้นมาจริงๆ เราควรจะทำอย่างไรถึงจะให้ผลดีต่อสุขภาพของผู้ป่วยให้มากที่สุด

สังเกตอาการชักของผู้ป่วยว่าอยู่ในระดับใด บางรายอาจชักด้วยอาการเหม่อลอย เริ่มกระตุก ท่าทางแปลกๆ ผิดปกติ ตาเหลือก อาจจะเริ่มทำท่าเหมือนเคี้ยวอะไรอยู่ หรือบางคนอาจจะเริ่มต้นด้วยอาการสับสนมึนงง พูดจาวกวนก่อนก็ได้ ก่อนที่จะเริ่มมีอาการชัก

สังเกตว่าผู้ป่วยมีสติสัมปะชัญญะหรือไม่ ส่วนใหญ่ยังไม่ถึงกับขั้นสลบ แต่จะควบคุมตัวเองไม่ได้

สล็อตออนไลน์

เมื่อผู้ป่วยเริ่มมีอาการชัก แล้วลงไปกองกับพื้น พยายามพาเขามาอยู่ในที่โล่งๆ ปลอดภัย ไม่มีสิ่งของใดๆ รอบตัว

คลายกระดุม เนคไทที่คอเสื้อ คลายกระดุม เข็มขัดที่กางเกงหรือกระโปรง ถอดแว่นตา นำหมอน หรือเสื้อพับหนาๆ มารองไว้ที่ศีรษะ

จับผู้ป่วยนอนตะแคง

ไม่ง้างปาก ไม่งัดปากด้วยช้อน ไม่ยื่นอะไรให้ผู้ป่วยกัด ไม่ยัดปากด้วยสิ่งของต่างๆ เด็ดขาด ไม่กดท้อง ไม่ถ่างขา ไม่ทำอะไรทั้งนั้น

จับเวลา ตามปกติผู้ป่วยลมชักจะมีอาการสงบลงได้เองเมื่อผ่านไป 2-3 นาที หากมีอาการชักเกิน 5 นาทีควรรีบส่งแพทย์ (หรือกด 1669 บริการแพทย์ฉุกเฉิน)

อย่าลืมอธิบายผู้คนรอบข้างด้วยว่าเกิดอะไรขึ้น และขอความช่วยเหลือเท่าที่จำเป็น เช่น อย่ามุงผู้ป่วยใกล้ๆ หรือช่วยเรียกรถพยาบาลกรณีที่ผู้ป่วยชักเกิน 5 นาที หรือมีอาการบาดเจ็บ

ในกรณีที่ผู้ป่วยลมชักมีอาการกัดลิ้นตัวเอง ไม่ต้องตกใจ โดยส่วนใหญ่แล้วจะไม่ได้กัดลิ้นตัวเองจนขาดหรือมีบาดแผลใหญ่มากนัก อาจจะมีความเป็นไปได้ที่เผลอกัดลิ้นตัวเองจนได้รับบาดแผล มีเลือดออก แต่ไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิตมากเท่ากับการยัดสิ่งต่างๆ เข้าไปในปากของผู้ป่วย ด้วยหวังว่าจะให้กัดแทนลิ้น เพราะมีหลายครั้งที่สิ่งของเหล่านั้นทำให้ผู้ป่วยมีอาการบาดเจ็บหนักกว่าเดิม แผลที่กัดลิ้นใหญ่กว่าเดิม หรือผลัดหลุดเข้าไปติดในหลอดลม หลอดอาหาร

jumboslot

ส่วนการปฐมพยาบาลผู้ป่วยขณะชักที่ถูกต้องนั้นควรทำอย่างไร?
ห้ามนำสิ่งของใดๆก็ตามยัดปากผู้ป่วย

พยายามจับผู้ป่วยนอนตะแคง เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำลายอุดกั้นทางเดินหายใจ

พยายามหาหมอนหรือสิ่งของนุ่มๆวางรองศีรษะผู้ป่วย เพื่อป้องกันศีรษะกระแทก

จับเวลา ถ้าชักนานเกิน 3 นาที ผู้ป่วยจะมีภาวะเสี่ยงต่อการชักต่อเนื่อง ควรรีบเรียกรถพยาบาลโดยเร่งด่วน

ถ้าผู้ป่วยใส่เสื้อผ้ารัด หรือสวมเน็คไทด์ ควรปลดให้หลวมเพื่อให้ผู้ป่วยหายใจได้สะดวก

ถ้าขณะชักผู้ป่วยใส่แว่นควรถอดออก เพื่อป้องกันการแตก

ง่ายๆ เพียงเท่านี้ผู้ป่วยขณะชักก็จะได้รับการปฐมพยาบาลที่ถูกต้องและปลอดภัย ดังนั้นถ้าเห็นใครพยายามปฐมพยาบาลผู้ป่วยขณะชักด้วยวิธีการนำสิ่งของยัดปาก ควรต้องช่วยๆกันห้ามนะครับ

slot

สิ่งที่คนทั่วๆ ไปพูดกัน เวลาเห็นคนที่มีอาการชักอยู่ต่อหน้า คือให้หาอะไรมายัดปาก เพื่อป้องกันการกัดลิ้น เป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นในชีวิตจริงหรือแม้แต่ตามละครไทยน้ำเน่าหลังข่าวเสมอๆ แต่ทราบหรือไม่ว่า การปฐมพยาบาลด้วยการที่เอา ”อะไร” มายัดปากผู้ป่วยชักนั้นนอกจากเป็นสิ่งที่“ผิด”แล้วยังสามารถทำอันตรายให้กับผู้ป่วยจนถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว!!!!

บางคนก็แนะนำให้ นำ”ช้อน”มายัดปากผู้ป่วยขณะชัก เพื่อที่ป้องกันอาการกัดลิ้น ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดอย่างมาก เนื่องจากในหลายๆครั้งผู้ป่วยจะต้องเสี่ยงกับฟันหัก สูญเสียฟัน ต้องมีปัญหาเรื่องฟันไปตลอดชีวิต และในกรณีที่โชคร้ายที่สุด ในบางรายฟันที่หักตกลงไปบริเวณหลอดลม สามารถอุดหลอดลมเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

บางคนก็แนะนำว่าให้ใช้ ”มือ” ซึ่งดูเหมือนว่าจะฟังดูดีกว่าการใช้ “ช้อน” แต่ทราบหรือไม่ว่า การใช้มือพยายามยัดปากผู้ป่วยขณะชัก เสี่ยงต่อการได้รับบาดเจ็บต่อมือและนิ้วของผู้ยัดสูงมาก เนื่องจากคนไข้ที่ชักมักไม่รู้สึกตัวและควบคุมตัวเองไม่ได้ ทำให้สามารถกัดนิ้วขาดหรือได้รับบาดเจ็บได้

การที่ใช้ ”สิ่งของ” ไม่ว่าจะเป็น ช้อน,มือ,ผ้า ถุงเท้า หรือแม้แต่รองเท้า!!! ยัดปากผู้ป่วยขณะชักเป็นการปฐมพยายามที่ “ผิด” แต่พบได้บ่อยมากๆ ในสังคมไทย เนื่องจากมีความเชื่อว่า “คนไข้ชักจะกัดลิ้นตาย” แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ป่วยขณะชัก มักจะไม่กัดลิ้นตัวเองอยู่แล้ว ยกเว้นในบางรายก็อาจจะมีการกัดลิ้นตัวเองได้บ้าง แต่มักเป็นแผลเพียงเล็กน้อย รักษาได้ไม่ยาก ไม่เคยมีการกัดลิ้นจนเสียชีวิต ดังนั้นการนำสิ่งของมายัดปากผู้ป่วยขณะชักจึงไม่ได้มีประโยชน์และเกิดโทษได้บ่อยครั้ง