อาหารรักษาอาการไอเจ็บคอ

ไอ เจ็บคอ อาการอักเสบ และระคายเคืองที่มีผลมาจากการไอ ไม่ว่าจะป่วยเป็นไข้หวัด หรือมีอาการภูมิแพ้ก็ตาม ส่วนมากแล้ววิธีรักษาอาการไอที่นิยมกันมาก คือ การรับประทานยาแก้ไอ แล้วอาการเจ็บคอที่ตามมาด้วยล่ะ เราควรทานยาอะไรเพื่อบรรเทาอาการ? วันนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกัน

เครดิตฟรี

  1. ทานยาแก้ไอให้ตรงตามอาการ
    ยาแก้ไอหลายชนิดอาจไม่สามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้ แต่การทานยาแก้ไอที่ตรงกับอาการ จะช่วยให้การไอทุเลาลงได้ และเมื่อไอน้อยลง คุณก็จะเจ็บคอน้อยลงตามไปด้วย นอกจากนี้ยาแก้ไอยังมีผลทำให้คนไข้รู้สึกชุ่มคอ ยาแก้ไอบางชนิดก็ช่วยลดน้ำมูก และอาการแพ้ต่าง ๆ ได้ด้วย เพราะผู้ผลิตมักนิยมใส่ตัวยาแก้แพ้ยาลดน้ำมูก
  2. น้ำอุ่น
    การดื่มน้ำอุ่น จะช่วยลดการระคายเคือง และทำให้รู้สึกสบายคอ ช่วยลดการอักเสบลงได้ เพราะเมื่อร่างการได้รับน้ำอย่างเพียงพอ จะช่วยให้ร่างกายมีความชุ่มชื้นเพียงพอ สามารถต่อสู้กับแบคทีเรียได้ดีขึ้นนั่นเอง
  3. ซุปไก่
    อาหารยอดฮิตสำหรับการรักษาอาการเจ็บคอ ในซุปไก่อุดมไปด้วยโซเดียม ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยลดอาการอักเสบลงได้ แถมยังรับประทานได้ง่าย เหมาะสำหรับคนที่มีอาการเจ็บคอมาก ๆ อีกด้วยล่ะ
  4. ข้าวโอ๊ต
    ข้าวโอ๊ต นอกจากจะเป็นอาหารที่อ่อนโยนต่อคอที่กำลังเจ็บปวดของคุณแล้ว ยังมีสารอาหาร และไฟเบอร์มากมาย ที่ช่วยให้ร่างกายของคุณกลับมาแข็งแรงขึ้นได้อีกด้วย
  5. ชาเชียวอุ่น ๆ
    ชาเขียวอุ่น ๆ นอกจากช่วยให้รู้สึกสบายคอแล้ว ตัวชาเขียวยังช่วยรักษาอาการติดเชื้อ และช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอให้ดีขึ้นได้ด้วย

สล็อต

  1. น้ำขิง
    น้ำขิง มีสรรพคุณในช่วยรักษาไข้หวัด ฆ่าเชื้อ แถมยังช่วยบรรเทาอาการเจ็บได้อีก สูตรน้ำขิงแก้เจ็บคอแบบง่าย ๆ เลย คือ น้ำขิง 1 ช้อนชา น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำอุ่นประมาณครึ่งแก้ว ค่อย ๆ จิบขณะยังอุ่น ๆ อาการเจ็บคอจะทุเลาลงอย่างแน่นอน

วิธีการรักษาอาการ ไอ เจ็บคอ ที่เราแนะนำมานี้ ไม่มีอะไรยุ่งยากเลยใช่ไหม แต่หากว่าไม่ชอบดื่มซุปไก่ น้ำขิง หรือไม่ชอบเครื่องดื่มร้อน ๆ แล้วละก็ ต้องหมั่นดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอนะ จะได้ไม่ต้องหาอะไรมาช่วยให้หายเจ็บคอไง

แนะนำวิธีบรรเทาอาการไอให้ลดลงโดยเร็วที่สุด ทั้งง่าย และได้ผลแน่นอน

ดื่มน้ำให้มากขึ้น
เริ่มต้นง่ายๆ กับการดื่มน้ำในแต่ละวันให้มากขึ้น ใครที่มีเสมหะในคอ น้ำก็จะช่วยละลายเสมหะให้น้อยลงได้ ส่วนใครที่มีอาการไอแห้งๆ น้ำก็จะช่วยให้ความชุ่มชื้นในลำคอได้ ทำให้มีอาการระคายเคืองภายในคอลดลงเช่นกัน

ดื่มน้ำอุ่น
หากเลือกที่จะดื่มน้ำให้มากขึ้นแล้ว ควรเลือกดื่มน้ำอุ่นแทนการดื่มน้ำเย็น เพราะน้ำอุ่นจะช่วยละลายเสมหะ และให้ความชุ่มชื้นภายในลำคอได้ดีกว่าน้ำเย็น นอกจากนี้ยังสามารถเลือกดื่มน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้งมะนาวระหว่างวันได้เช่นกัน

อาบน้ำอุ่น
ข้างในอุ่นแล้ว ข้างนอกก็ต้องอุ่นด้วย การอาบน้ำอุ่นนอกจากจะช่วยลดน้ำมูกได้แล้ว ยังดีต่อร่างกายของคนที่เป็นหวัด และภูมิแพ้อีกด้วย

สล็อตออนไลน์

อมยาแก้ไอ
อย่าคิดว่าอาการไอจะหายไปได้เองง่ายๆ หากมีอาการไอจนตัวงอ ไอจนเพื่อนข้างๆ รำคาญ ควรรีบหายาแก้ไอมาอมด่วนๆ เพราะในยาแก้ไอจะมีส่วมประกอบที่จะช่วยลดอาการระคายเคืองภายในลำคอได้

ใช้เครื่องทำความชื้นในอากาศ
บ้านไหนที่เปิดเครื่องปรับอากาศนอน ตกกลางคืนอากาศอาจจะแห้งจนทำให้อาการไอแย่หนักไปกว่าเดิม แม้ว่าอากาศในบ้านเราจะค่อนข้างร้อนชื้นอยู่แล้ว แต่สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการระคายเคืองคออยู่แล้ว อากาศแห้งๆ เย็นๆ จะยิ่งทำให้อาการไอเป็นหนักกว่าเดิม และอาจมีอาการคัดจมูกร่วมด้วย ดังนั้นหากใช้เครื่องทำความชื้นภายในห้องนอน ก็จะช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองคอได้

Note : เครื่องทำความชื้น เป็นเครื่องที่เสียบปลั๊กแล้วมีไอน้ำพุ่งออกมา สามารถเพิ่มความชื้นในอากาศภายในห้องได้ (โรงพยาบาลบางแห่งจะมีเครื่องเพิ่มความชื้นในห้องผู้ป่วย) จะกลิ่นหอมๆ หรือไม่มีกลิ่นก็ได้ แล้วแต่คนชอบ แต่หากเลือกกลิ่นที่ช่วยให้หลับดี เช่น กลิ่นดอกคาโมมายด์ กลิ่นลาเวนเดอร์ ก็จะช่วยให้เรานอนหลับง่าย พักผ่อนได้เต็มที่ไปด้วย

งดสูบบุหรี่
ใครที่สูบบุหรี่ควรงดการสูบบุหรี่ในช่วงที่มีอาการไอเด็ดขาด เพราะการสูบบุหรี่จะทำให้ระคายเคืองคอมากยิ่งขึ้น และยังอาจทำให้มีเสมหะมากขึ้นได้อีกด้วย (แต่อยากจะแนะนำให้เลิกสูบบุหรี่ไปเลยจะดีกว่า เพราะการสูบบุหรี่เป็นสาเหตุของโรคหลอดลมโป่งพอง และโรคอันตรายอื่นๆ อีกมากมาย)

หากคุณไม่ใช่คนที่สูบบุหรี่ ก็ควรอยู่ให้ไกลห่างจากผู้ที่สูบบุหรี่ หรือกลุ่มคนที่สูบบุหรี่ด้วยเช่นกัน

jumboslot

งดใช้น้ำหอม สเปรย์ต่างๆ
ส่วนประกอบของน้ำหอม และสเปรย์ต่างๆ (รวมถึงสเปรย์น้ำหอมปรับอากาศ) การทำให้โพรงจมูกมีอาการระคายเคืองได้ และอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้มีเสมหะเพิ่มมากขึ้น หรือไอเรื้อรังได้

หลีกเลี่ยงฝุ่น ควันต่างๆ
นอกจากน้ำหอม และสเปรย์แล้ว อากาศรอบตัวอย่างอากาศแห้งๆ จากเครื่องปรับอากาศภายในสำนักงาน ฝุ่นควันจากท่อไอเสียของรถยนต์ ควันจากการทำอาหาร มลพิษทางอากาศเหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองในโพรงจมูก และลำคอได้ ดังนั้นขณะที่มีอาการไอ ควรใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตัวเองจากมลพิษทางอากาศเหล่านี้ด้วย

นอนพักผ่อนให้มากขึ้น
ส่วนใหญ่แล้ว อาการไอที่แย่ลงเรื่อยๆ หรือหายช้า เป็นเพราะร่างกายไม่มีเวลาที่จะซ่อมแซมตัวเอง เพราะเราใช้ร่างกายของเราหนักเกินไปจนพักผ่อนน้อยนั่นเอง ดังนั้นหากรู้ตัวว่าป่วย ไอหนักมาก ควรรีบเข้านอนแต่หัววันตั้งแต่อากาศยังไม่เย็นมากจนเกินไป และพักผ่อนให้เพียงพอ

พบแพทย์
ทางสุดท้ายที่จะเพิ่งได้ คือการพบหมอให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย เพราะอาการไอที่เราเป็นมานาน ทำทุกอย่างแล้วก็ไม่หาย อาจจะไม่ใช่อาการไอธรรมดาๆ โดยอาการไออาจจะเป็นเพียงอาการเบื้องต้น ที่เป็นสัญญาณเตือนถึงโรคอันตรายอื่นๆ ได้ ดังนั้นการพบแพทย์ก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับใครก็ตามที่อาการไอไม่ดีขึ้นเลยภายใน 1-2 สัปดาห์

slot

“ขิง” สมุนไพรมากประโยชน์
สำหรับ “ขิง” นับเป็นสมุนไพรสารพัดประโยชน์ ที่นอกจากจะช่วยดับกลิ่นคาวของอาหารแล้ว ขิงยังมีข้อดีที่หลายคนน่าจะทราบกัน อย่างเช่น ช่วยในการขับลม ช่วยย่อยอาหาร แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ และยังมีส่วนช่วยบรรเทาอาการไข้หวัดอีกด้วย แต่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าขิงเนี่ยสามารถแก้อาการเจ็บคอ บรรเทาอาการไอได้เหมือนกันนะ เพราะขิงจะช่วยรักษาอาการไอและขับเสมหะ หรือถ้าหากมีเสลดที่ติดหลอดลมมาก ๆ ขิงก็จะไปช่วยขยายหลอดลม และขับของเหนียวข้นออกมา ซึ่งถ้าใครที่มีอาการเจ็บคอบ่อย ๆ สามารถบรรเทาอาการเหล่านี้แบบง่าย ๆ ด้วยการจิบ “น้ำขิงมะนาว” โดยข้อมูลของนิตยสาร Encyclopedia of Herbal Medicine ได้แนะนำว่า น้ำขิงมะนาวสามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้ดี เนื่องจากรสขมหน่อย ๆ ของผลมะนาว จะช่วยกระตุ้นน้ำลายมากขึ้น อีกทั้งในขิงยังมีสารอยู่หลายชนิด ที่มีฤิทธิ์ช่วยฆ่าเชื้อไข้หวัดใหญ่ และบรรเทาอาการไออย่างได้ผล ใครเจ็บคอหรือไอบ่อย ๆ ลองสูตรนี้ดูรับรองหายไอแน่

มะขาม
นอกจากจะขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในอาหารที่ช่วยเป็นยาระบายแล้ว มะขามยังมีสรรพคุณในการบรรเทาอาการไอ และขับเสมหะอีกด้วย เนื่องจากรสเปรี้ยวของมะขาม สามารถกัดเสมหะให้ละลายได้ และเมื่อมีอาการไอหรือระคายคอจากเสมหะ เราสามารถรับประทานเนื้อในฝักแก่ของมะขามเปรี้ยว หรืออาจจะคั้นน้ำมะขามเปียก ผสมเกลือเล็กน้อย แล้วนำมาจิบ เพื่อช่วยบรรเทาอาการไอก็ได้นะ ใครไม่กลัวความเปรี้ยวของมะขาม ก็ลองสูตรนี้กันดูนะ

มะนาว
เวลานึกถึงพืชผักที่ช่วยแก้ไอทีไร หลายคนต้องนึกถึงมะนาวแน่นอน ซึ่งก็ไม่แปลกแต่อย่างใด เพราะในน้ำมะนาวมีกรดซิตริก และวิตามินซีในปริมาณสูง ซึ่งกรดซิตริกในมะนาวนี่แหละที่ มีฤทธิ์ช่วยลดไข้ ลดอาการกระหายน้ำ และเพิ่มความสดชื่นให้ร่างกาย อีกทั้งวิตามินซียังมีส่วนในการเสริมภูมิคุ้มกัน และช่วยป้องกันหวัดได้ดี ทั้งนี้ยังมีงานวิจัยของต่างประเทศ ที่พบว่า “มะนาวเทศ” (มะนาวสายพันธุ์ของต่างประเทศ) สามารถฆ่าเชื้อโรคที่ทำให้เกิดอาการเจ็บคอได้ถึง 90-99% ภายใน 30 นาที ซึ่งวิธีการรับประทานก็สามารถผสมกับน้ำอุ่น หรือเครื่องดื่มชนิดอื่น ๆ ได้ ใครอยากหายเจ็บคอก็ต้องลองดูนะคะ