วิธีเลี่ยงโรคกระเพาะอาหาร

ในยุคปัจจุบันที่พฤติกรรมการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของโรคกระเพาะอาหาร ที่มนุษย์ออฟฟิศมักจะเป็นกันเยอะมาก แล้วเราจะมีวิธีป้องกันโรคนี้ได้อย่างไร ตามมาดูคำตอบกับ 10 วิธี เลี่ยงโรคกระเพาะอาหาร กันเลย!

เครดิตฟรี

เลี่ยงโรคกระเพาะอาหาร

โรคกระเพาะอาหาร คืออะไร?
โรคกระเพาะอาหาร หมายถึง โรคที่มีแผลในกระเพาะอาหาร หรือลำไส้เล็กส่วนต้น เนื่องจากมีการหลั่งของกรดมาก หรือเยื่อบุกระเพาะอาหาร หรือลำไส้เป็นแผล ซึ่งอาจเกิดได้ทุกส่วนของลำไส้ ที่สัมผัสกับน้ำย่อยจากกระเพาะอาหาร

ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหารจะมีอาการปวดแสบ ปวดตื้อ ปวดเสียด หรือจุกแน่น ตรงบริเวณใต้ลิ้นปี่ อาการปวดเหล่านี้เป็นได้ทั้งเวลาก่อนกินอาหาร หรือหลังกินอาหารใหม่ ๆ และเวลาท้องว่าง เช่น เวลาหิวข้าวตอนเช้ามืด หรือก่อนนอนตอนดึก ๆ ก็ปวดท้องโรคกระเพาะได้เช่นกัน โรคกระเพาะ จึงมักเกิดกับกลุ่มคนวัยทำงาน คนที่ขาดวินัยในการกินอาหารไม่ตรงเวลา

คนที่เป็นโรคกระเพาะถ้าไม่ได้รับการรักษา ดูแลตนเองให้ถูกต้อง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจนเป็นอันตรายแก่ชีวิตได้ เช่น

เลือดออกในกระเพาะอาหาร (อาเจียนเป็นเลือด และถ่ายอุจจาระดำ)
กระเพาะลำไส้เป็นแผลทะลุ (ปวดท้องอย่างรุนแรง หน้าท้องแข็ง กดเจ็บ)
กระเพาะลำไส้ตีบตัน (ปวดท้องรุนแรง และอาเจียนทุกครั้งหลังกินอาหาร)
หลักโภชนาบำบัดในการดูแลตัวเอง คือ กินอาหารให้ครบทุกหมวดหมู่อย่างสมดุล เพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วน เพื่อช่วยรักษาเนื้อเยื่อแผลในกระเพาะให้หายเร็วขึ้น และเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นการหลั่งของกรดมากเกินไป

สล็อต

10 วิธี เลี่ยงโรคกระเพาะอาหาร

  1. กินอาหารให้ตรงเวลา ไม่กินจุบจิบ แบ่งเป็นมื้อน้อย ๆ วันละ4 – 5 มื้อได้ เคี้ยวอาหารช้า ๆ และเคี้ยวให้ละเอียด

**ย้ำไม่ควรกินอาหารก่อนนอน เพราะจะไปกระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะได้

  1. ไม่กินอาหารปริมาณมาก อิ่มมากเกินไป เพราะจะทำให้มีกรดหลั่งออกมามากเกินควร หลีกเลี่ยงการดื่มนมบ่อย ๆ คนที่มีปัญหาการย่อยน้ำตาลในนม (แลคโตส) อาจเกิดอาการท้องอืด มีแกส ปวดท้อง ท้องเสียได้ เพราะระบบย่อยขาดเอ็นไซม์แลคเตสซึ่งใช้ย่อยน้ำตาลนม
  2. ไม่กินอาหารที่มีแก๊ส หรือก่อแก๊ส เช่น น้ำอัดลม ผลิตภัณฑ์จากถั่ว (เต้าหู้ น้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง) และไม่ดื่มเครื่องดื่ม หรือกินอาหารที่ร้อนจัด จะทำให้ ไม่สบายท้องได้
  3. เลือกกินกินอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ และธัญพืช เช่น กล้วย มะละกอ แอปเปิล ซึ่งมีใยอาหารชนิดเพคตินมาก ช่วยป้องกันโรคกระเพาะ และมะเร็งในกระเพาะอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารหรือเครื่องเทศรสเผ็ดจัด
  4. เน้นกินผักใบเขียวจัดให้มากขึ้น ผักใบเขียวจัดมีวิตามิน K สูง จะช่วยให้แผลในกระเพาะหายเร็วขึ้น ป้องกันเลือดออกในกระเพาะ และช่วยเพิ่มการดูดซึมสารอาหาร ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียโดยเฉพาะเชื้อเอช.ไพโลไร และป้องกันมะเร็งได้

สล็อตออนไลน์

  1. เลือกกินผัก-ผลไม้ที่มีเบตาแคโรทีนสูงเช่น แครอท ฟักทอง แคนตาลูป ร่างกายได้รับวิตามินซี ช่วยป้องกันเยื่อบุกระเพาะและลำไส้ ป้องกันการติดเชื้อ และเร่งให้แผลหายเร็วขึ้น
  2. เลี่ยงกาแฟทุกประเภท คอกาแฟทั้งหลาย พึงสดับตรับฟังไว้ กาแฟทั้งที่มีคาเฟอีนกลิ่นหอมยั่วยวน และไม่มีคาเฟอีน ควรหลีกเลี่ยง เพราะกาแฟจะไปกระตุ้นการหลั่งกรด ทำให้อาหารไม่ย่อย
  3. น้ำผลไม้ที่มีรสปรี้ยวทั้งหลาย เช่น น้ำส้ม น้ำมะนาว เป็นต้น เนื่องจากกรดไหลย้อนกลับทาง ทำให้เกิดอาการแสบร้อนในลิ้นปี่ได้
  4. เลี่ยงอาหาร ทอด มัน รสจัด (เค็ม เผ็ด เปรี้ยว) อาหารหมักดอง เพราะอาหารเหล่านี้ทำให้เกิดการสะสมความร้อนในร่างกาย จะทำให้โรคหายยาก
  5. งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เบียร์ สุรา ไวน์ เพราะจะทำให้กระเพาะหลั่งกรดได้มากขึ้น (รวมทั้งงดสูบบุหรี่ด้วย)
  6. งดกินยาแก้ปวดข้อ ปวดกระดูก โดยไม่จำเป็น

jumboslot

รู้จักโรคกระเพาะ
โรคกระเพาะมักมีอาการปวดแสบ ปวดตื้อ ปวดเสียดหรือจุกแน่น ตรงบริเวณใต้ลิ้นปี่ อาการปวดเหล่านี้ เป็นได้ทั้งเวลาก่อนกินอาหารหรือหลังกินอาหารใหม่ๆ และเวลาท้องว่าง เช่น เวลาหิวข้าวตอนเช้ามืด หรือก่อน นอนตอนดึกๆ ก็ปวดท้องโรคกระเพาะได้เช่นกัน

อาการปวดท้องที่เกิดขึ้นนั้นมาจากภาวะมีกรดใน กระเพาะอาหารมาก กรดนี้ก็ไประคายเคืองกระเพาะจนทำให้เกิดแผลที่ผนังของกระเพาะอาหารหรือที่ลำไส้เล็กตอนบน บางคนอาจเป็นๆ หายๆ เวลาเป็นมักจะปวดนานครั้งละ ๑๕-๓๐ นาที วันละหลายครั้งตามมื้ออาหาร อาการปวดท้องจะบรรเทาลงถ้าได้กินข้าว ดื่มน้ำ ดื่มนมหรือกินยาลดกรด

โรคกระเพาะหรือเรียกเป็นทางการว่าโรคแผลในกระเพาะอาหาร เป็นคำรวมๆ หมายถึงแผลที่เกิดขึ้น ในเยื่อบุทางเดินอาหารส่วนที่สัมผัสกับน้ำย่อยของกระเพาะอาหาร ดังนั้น จึงพบว่าการเกิดแผลได้ตั้งแต่บริเวณหลอดอาหารส่วนล่าง กระเพาะอาหาร และ ลำไส้เล็กส่วนต้น ตำแหน่งที่พบแผลได้บ่อยคือกระเพาะอาหารส่วนปลาย และระหว่างรอยต่อกระเพาะอาหารกับลำไส้เล็กส่วนต้น

คนที่เป็นโรคกระเพาะถ้าไม่ได้รับการรักษาและดูแลตนเองให้ถูกต้อง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนจนเป็นอันตรายแก่ชีวิตได้ เช่น เลือดออกในกระเพาะอาหาร (มีอาการอาเจียนเป็นเลือด และถ่ายอุจจาระดำ) กระเพาะลำไส้เป็นแผลทะลุ (มีอาการปวดท้องรุนแรง หน้าท้องแข็ง กดเจ็บ) กระเพาะลำไส้ตีบตัน (มีอาการปวดท้องรุนแรงและอาเจียนทุกครั้งหลังกินอาหาร)

slot

โรคกระเพาะมีสาเหตุหลักมาจากกรดและน้ำย่อย อาหารที่หลั่งออกมาแล้วไปทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหาร และความบกพร่องของเยื่อบุกระเพาะที่ไม่สามารถต้านทานกรดได้ดี ส่วนสาเหตุรองลงมาหรือปัจจัยส่งเสริมที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะหนักขึ้น คือภาวะความ เครียด วิตกกังวล คิดมาก นอนไม่หลับ อารมณ์หงุดหงิด
ผู้ที่ต้องทำงานหนักพักผ่อนน้อยแต่ต้องมีการแข่งขันสูง เช่น นักธุรกิจที่ต้องคอยกังวลอยู่กับกำไรขาดทุน มักพบว่าเป็นโรคกระเพาะกันมาก บางคนจึงเรียกโรคกระเพาะว่า “โรคของนักบริหาร” แต่พ่อบ้านแม่เรือนผู้ที่มีความรับผิดชอบทั้งงานบ้านและที่ทำงาน ถ้าเคร่งเครียดจากการทำงานแล้ว กลับมาถึงบ้านยังมีเรื่องให้วิตกกังวล ทำให้นอนไม่หลับและไม่ได้พักผ่อนเท่าที่ควร ก็มีโอกาสเป็นโรคกระเพาะได้เช่นกัน

ปัจจัยส่งเสริมการเป็นโรคกระเพาะที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ อุปนิสัยการกินที่ไม่ดี เช่น การกินอาหารอย่างรีบเร่ง กินไม่เป็นเวลา อดอาหารบางมื้อ และการกินสารที่ระคายเคืองต่อกระเพาะและลำไส้ เช่น ดื่มน้ำชากาแฟหรือเครื่องดื่มชูกำลังที่มีสารกาเฟอีนมาก การสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า เบียร์ เป็นประจำ และการกินยาบางชนิดที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะได้ เช่น การกินยาแก้ปวดจำพวกแอสไพริน ยารักษาโรคกระดูกและข้ออักเสบ ยาชุดหรือยาลูกกลอนที่มีสตีรอยด์ การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมต่างๆ ที่กล่าวมานี้จะช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคกระเพาะได้

นอกจากนี้ ยังมีการค้นพบในปัจจุบันว่า การติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งในกระเพาะอาหาร ที่มีชื่อว่า “เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร” ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้เช่นกัน เพราะเชื้อนี้ทำให้ผนังกระเพาะอาหารอ่อนแอลง จึงมีความทนต่อกรดและ น้ำย่อยลดลง เชื้อนี้ยังอาจทำให้แผลหายช้า หรือทำให้แผลที่หายแล้วเกิดเป็นแผลซ้ำได้อีก และยังพบว่าเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้ด้วย ดังนั้นคนเป็นโรคกระเพาะควรได้รับการตรวจว่ามีการติดเชื้อชนิดนี้หรือไม่ และอาจจำเป็นต้องใช้ยากำจัดเชื้อนี้ด้วย