วิธีแก้นิ้วล็อค

นิ้วล็อค (Trigger Finger) โรคของคนที่ต้องใช้งานเกร็งมือ หรือนิ้วมือบ่อย ๆ เป็นระยะเวลาต่อเนื่องนาน ๆ ส่งผลให้เกิดการอักเสบของเยื้อหุ้มเส้นเอ็นงอนิ้ว ซึ่งอยู่ที่บริเวณฝ่ามือตรงตำแหน่งโคนนิ้ว

เครดิตฟรี

โดยส่วนใหญ่เกิดในผู้หญิงอายุ 45 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะแม่บ้านที่ใช้มือทำงานอย่างหนัก เช่น หิ้วตะกร้าจ่ายกับข้าว ชอปปิ้ง บิดผ้า ส่วนในผู้ชายมักพบในอาชีพที่ใช้มือทำงานหนัก ๆ มีการจับ ออกแรงบีบอุปกรณ์ซ้ำ ๆ เช่น คนทำสวนใช้กรรไกรตัดกิ่งไม้ ช่างที่ใช้ไขควง หรือเลื่อย พนักงานพิมพ์ดีด นักกอล์ฟ ช่างงานฝีมือ นักยูโด และหมอนวดแผนโบราณ เป็นต้น

อาการนิ้วล็อค

อาการนิ้วล็อค มีกี่ระยะ อย่างไรบ้าง?
ระยะแรก มีอาการปวด เจ็บฝ่ามือ แต่ยังคงสามารถเคลื่อนไหวนิ้วได้เป็นปกติ
ระยะที่สอง มีอาการสะดุด (triggering) ปลอกเส้นเอ็นจะตีบแคบลง การเคลื่อนไหวจะยากขึ้น เวลาขยับนิ้ว งอ และเหยียดนิ้ว จะมีการสะดุดจนรู้สึกได้
ระยะที่สาม กำมือได้ แต่เมื่องอนิ้วลงไปแล้วจะมีอาการค้างหรือเหยียดนิ้วมือไม่ออก จึงต้องใช้มืออีกข้างหนึ่งช่วยในการเหยียดนิ้วมือออกมา
ระยะที่สี่ มีการอักเสบบวมมาก จนนิ้วติดอยู่ในท่างอ ไม่สามารถเหยียดให้ตรงได้ ถึงแม้ว่าจะใช้มืออีกข้างหนึ่งมาช่วยเหยียดก็ตาม

สล็อต

ในปัจจุบันนิ้วล็อคเป็นกันเพิ่มมากขึ้น ไม่เฉพาะผู้สูงอายุ โดยเฉพาะคนทำงานออฟฟิศที่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ ใช้คีย์บอร์ดพิมพ์งาน หรือคนรุ่นใหม่ที่ใช้มือถือ เล่นแท็บเล็ตกันเป็นระยะเวลานานในแต่ละวัน มีโอกาสเกิดอาการนิ้วล็อคได้สูง สำหรับใครที่เริ่มมีอาการนิ้วล็อค หากเพิ่งเริ่มเป็นในช่วงเริ่มแรก ยังแก้ไขได้ด้วยตัวเองค่ะ

วิธีแก้นิ้วล็อคด้วยการบริหารนิ้วป้องกันนิ้วล็อค

หากไม่อยากมีอาการนิ้วล็อคควรเริ่มบริหารกล้ามเนื้อมือแต่เนิ่น ๆ อย่ารอจนมีอาการ เพราะการบริหารมือ นอกจากจะเพิ่มช่วงการเคลื่อนไหวของข้อต่อ ฝึกกล้ามเนื้อมือให้แข็งแรง ยังช่วยการไหลเวียนของเลือดอีกด้วย ซึ่งหากทำเป็นประจำจะดีกับกล้ามเนื้อเมื่ออายุมากขึ้นด้วย

กำ และ แบมือ ในน้ำอุ่นประมาณวันละ 5 นาที ป้องกันนิ้วล็อค ที่สำคัญ คือน้ำต้องเป็นน้ำอุ่นไม่ร้อนจัดจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้อาการอักเสบเป็นเพิ่มมากขึ้น ทำวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น

บริหารนิ้วโดย การกำ และ แบมือ ป้องกันนิ้วล็อค ท่านี้สามารถทำได้ระหว่างวัน โดยเมื่อรู้สึกเมื่อยล้าให้พยายามกำ และแบนิ้วมือ กางให้สุด และค่อย ๆ กำนิ้วแต่ละข้อนิ้วเข้ามา จนกลายเป็นกำปั้นให้แน่น และค่อย ๆ คลายแบออก ทำซ้ำไปแต่ละข้าง นอกจากนี้อาจจะใช้อุปกรณ์ช่วย เช่นกำขวดหรือกระป๋องทรงกลม บิดผ้าขนหนู เพื่อให้นิ้วได้ยืดเหยียดไม่เกิดอาการนิ้วล็อค

นิ้วล็อค เป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ แต่หากไม่ป้องกันอาการนิ้วล็อคแต่เนิ่น ๆ ปล่อยให้มีอาการมากขึ้น อาจต้องทำการรักษาด้วยการกินยา ฉีดยา หรืออาจถึงขั้นจำเป็นต้องทำการผ่าตัดแก้ไขอาการนิ้วล็อคเลยทีเดียว ดังนั้นหยุดจิ้มมือถือแล้วมาบริหารนิ้วกันเลยค่ะ!

สล็อตออนไลน์

“นิ้วล็อค” รักษาอย่างไร?
วิธีรักษาอาการนิ้วล็อคนั้นมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการที่เกิดขึ้น ดังนี้

พักผ่อน พักมือจากการทำกิจกรรมที่ต้องใช้มือออกแรงหรือแบกน้ำหนัก ซ้ำๆ เป็นเวลานาน โดยเว้นกิจกรรมดังกล่าวเพื่อพักการใช้งานมืออย่างน้อย 3-4 สัปดาห์

ประคบร้อนหรือเย็น ผู้ที่มีอาการนิ้วล็อคบางรายอาจใช้วิธีประคบเย็นที่ฝ่ามือ ซึ่งช่วยให้อาการนิ้วล็อคดีขึ้น นอกจากนี้การแช่น้ำอุ่นก็บรรเทาอาการให้ทุเลาลงโดยเฉพาะหากทำในช่วงเช้า

ใส่อุปกรณ์สำหรับดามนิ้ว การใส่อุปกรณ์สำหรับดามนิ้ว (Splinting) จะช่วยดามนิ้วให้ตรง ไม่งอหรือเหยียดเกินไป อีกทั้งช่วยให้นิ้วได้พัก หากเกิดอาการนิ้วล็อคในตอนเช้าเป็นประจำ แพทย์จะให้ใส่อุปกรณ์ดังกล่าวดามนิ้วไว้ตลอดคืน เพราะจะช่วยป้องกันไม่ให้นิ้วเกร็งหรืองอเข้าไปเองขณะนอนหลับ

ออกกำลังกายยืดเส้น แพทย์อาจแนะนำให้ออกกำลังกายเบาๆ เพื่อช่วยให้นิ้วเคลื่อนที่ได้ปกติ

รักษาด้วยยา ใช้ยาต้านการอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เพื่อบรรเทาอาการปวด แต่ยาดังกล่าวไม่สามารถบรรเทาอาการบวมตรงปลอกหุ้มเอ็นนิ้วได้

jumboslot

ที่เกิดอาการนิ้วล็อครุนแรง หรือวิธีรักษาด้วยยาและการบำบัดใช้ไม่ได้ผล อาการไม่ดีขึ้น อาจต้องได้รับการรักษาด้วยการศัลยกรรมและกระบวนการทางการแพทย์วิธีอื่น เช่น การฉีดสารสเตียรอยด์ เป็นการฉีดสารคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids) ซึ่งช่วยลดอาการบวมอักเสบของเอ็น และช่วยให้เอ็นนิ้วสามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ หรือการผ่าตัด หากการรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผล แพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยผ่าตัดเพื่อรักษาอาการนิ้วล็อค โดยทั่วไปผู้ป่วยไม่ต้องนอนค้างที่โรงพยาบาล

วิธีลดความเสี่ยงการเป็นนิ้วล็อก

  1. ไม่หิ้วของหนักเกิน ถ้าจำเป็นต้องหิ้วให้ใช้ผ้าขนหนูรอง และหิ้วให้น้ำหนักตกที่ฝ่ามือ อาจใช้วิธีการอุ้มประคองหรือรถเข็นลากแทนการหิ้วของ เพื่อลดการรับน้ำหนักที่นิ้วมือ
  2. ควรใส่ถุงมือ หรือห่อหุ้มด้ามจับเครื่องมือให้นุ่มขึ้นและจัดทำขนาดที่จับเหมาะแก่การใช้งาน ขณะใช้เครื่องมือทุ่นแรง เช่น ไขควง เลื่อย ค้อน ฯลฯ
  3. งานที่ต้องใช้เวลาทำงานนานต่อเนื่อง ทำให้มือเมื่อยล้า หรือระบม ควรพักมือเป็นระยะๆ และออกกำลังกายยืดกล้ามเนื้อมือบ้าง
  4. ไม่ขยับนิ้วหรือดีดนิ้วเล่น เพราะจะทำให้เส้นเอ็นอักเสบมากยิ่งขึ้น
  5. ถ้ามีข้อฝืดตอนเช้า หรือมือเมื่อยล้า ให้แช่น้ำอุ่นร่วมกับการขยับมือกำแบในน้ำเบาๆ (ไม่ควรกำมือแน่นจนเกินไป) จะทำให้ข้อฝืดลดลง
  6. หลีกเลี่ยงการซักผ้าด้วยมือ การบิดผ้าให้แห้งมากๆ หรือกิจกรรมที่ต้องใช้ข้อมือ เพื่อให้กำแน่นๆ

หมายเหตุ : ควรพักการใช้งานในส่วนที่เกิดอาการนิ้วล็อก

slot

บุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงการเกิดอาการนิ้วล็อค
ผู้สูงอายุ : อาการนิ้วล็อคมักพบบ่อยในผู้สูงอายุ เนื่องจากเกิดการใช้งานสะสมกันมาเป็นเวลานานและด้วยความ
เสื่อมของเส้นเอ็นจากการใช้งานเป็นเวลามากเช่นกัน

เพศหญิง : เป็นที่น่าแปลกเมื่ออาการนิ้วล็อคมักเกิดขึ้นกับสุภาพสตรีบ่อยกว่าเพศชาย
ผู้ที่มีโรคประจำตัว : อาการนิ้วล็อคมักพบในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ดังนั้นผู้ป่วยในโรคนี้ควรระมัดระวังการเกิดนิ้ว
ล็อคเป็นพิเศษ

การใช้สมาร์ตโฟนบ่อยๆ สามารถทำให้เกิดอาการนิ้วล็อคได้หรือไม่?…
หลายคนพูดถึงการใช้สมาร์ตโฟนเป็นระยะเวลานานๆ ในปัจจุบันเราใช้สมาร์ตโฟนกันเยอะจะส่งผลให้เกิดอาการนิ้วล็อคหรือเปล่านั้น สามารถสังเกตจากพฤติกรรมการใช้งานได้ เช่น ถ้าเราใช้งานแบบไม่ได้ใช้แรงกดแรงๆ หรือไม่ได้กำแน่นๆ ก็ไม่ได้สัมพันธ์กับการเป็นนิ้วล็อคได้ เพราะการเกิดนิ้วล็อคนั้นเกิดจากการออกแรงแบบกำแน่นๆ แล้วทำต่อเนื่องกันซ้ำๆ เป็นเวลาครั้งละนานๆ จึงจะเกิดอาการนิ้วล็อคได้